ทุ่ม 800 ล้าน! เนรมิตอาณาจักรดิสนีย์ "The Magical Stars"หนุน Festival Economy
CPN ทุ่ม 800 ล้าน! เนรมิตอาณาจักรดิสนีย์ "The Magical Stars" หนุน Festival Economy ดันเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวไทย คึกคัก!
ใกล้เข้าสู่ช่วงเทศกาลที่หลายๆคนรอคอย อย่างคริสต์มาส แน่นอนว่านาทีนี้เมื่อเข้าไปในโซเชียลเกือบทุกแพลตฟอร์มคงไม่มีใครไม่รู้ว่าเซ็นทรัล จับมือกับ ดิสนีย์ ขนทับเหล่าตัวการ์ตูนจากดิสนีย์ และยกดิสนีย์แลนด์มาไว้ที่ลานกลางแจ้งหน้าเซ็นทรัลเวิร์ล ซึ่งหลังจากที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ผู้คนก็ถล่มทลาย แห่ร่วมงานกันอย่างคึกคัก จนกลายกระแสดิสนีย์ฟีเวอร์
PPTV Wealth เลยจะพาทุกคนมาเปิดใจผู้บริหารที่เป็นแม่งานอย่างเซ็นทรัลพัฒนา จับมือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
และที่สำคัญคือเดอะ วอลต์ ดิสนีย์ ประเทศไทย ถึงเหตุผลและความรู้สึกที่ทั้ง 3 หน่วยงาน ได้มาร่วมมือกัน เนรมิต "The Magical Stars " ทุ่มงบกว่า 800 ล้านบาท สร้าง ลุยสร้างอาณาจักรดิสนีย์ในเซ็นทรัลทั่วประเทศ
จากความชอบส่วนตัว สู่การสานฝันคนอื่นให้เป็นจริง ทุ่มงบกว่า 800 ล้านบาท สร้างปรากฏการณ์แห่งความสุขระดับโลกส่งท้ายปีในแคมเปญ “The Magical Stars” เนรมิต 4 อาณาจักรเทพนิยายธีมดิสนีย์
นายณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา เปิดเผยว่า ตนเองเป็นหนึ่งในคนที่ชื่นชอบดิสนีย์มาก และมีโอกาสไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์ไม่ต่ำกว่า 50-60 ครั้ง ทำให้ในปีนี้มีโจทย์ขึ้นมาในหัวว่า เราจะทำอย่างไร ให้คนไทยหรือนักท่องเที่ยวที่มีความชื่นชอบในดิสนีย์เหมือนกัน ได้มีโอกาสสัมผัสบรรยายกาศของดิสนีย์จริงๆ โดยที่ไม่ต้องเสียเงิน
จึงเกิดเป็นความร่วมมือที่ภาคเอกชนอย่างเซ็นทรัลพัฒนา ร่วมมือกับภาครัฐอย่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จับมือกับ เดอะ วอลท์ ดิสนีย์ ประเทศไทย ทุ่มงบกว่า 800 ล้านบาท จัดงานในครั้งนี้ขึ้น ภายใต้แคมเปญ "The Magical Stars" ที่เนรมิตอาณาจักรเทพนิยายธีมดิสนีย์ในเซ็นทรัลทั่วประเทศ เพื่อการปลุกสีสันเทศกาลช่วงสิ้นปีอย่าง คริสต์มาสและปีใหม่
มันเริ่มต้นมาจากที่เราชอบก่อน และเราอยากสานฝันในวัยเด็กให้คนที่ไม่มีโอกาสได้ไปดิสนีย์แลนด์จริงๆ เพราะเราเชื่อว่าความชอบมันไม่เลือกอายุและช่วงวัย เราจึงคิดว่า จะทำยังไงให้ความฝันของคนเหล่านั้นเป็นจริง และยังเชื่อว่าดิสนีย์เป็น Dream destination ที่ทุกคนต้องไปเห็นกับตาสักครั้งในชีวิต
โดยภายในงานจะมีไฮท์ไลท์ที่สำคัญ อย่างเช่น รวบรวมคาแรกเตอร์ดิสนีย์ยอดนิยมจากทั่วโลกไว้ในที่เดียว พร้อมกับการจำลองประสาทของเจ้าหญิงดิสนีย์ที่เซ็นทรัล 17 สาขาทั่วประเทศ การตกแต่งต้นคริสต์มาสที่เป็นอัตลักษณ์เฉพาะของประเทศไทยในเซ็นทรัลอีก 9 สาขา เป็นต้น เพื่อยกระดับเทศกาลไทย และขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวปลายปีให้คึกคักผ่าน Festival Economy สร้าง Happiness Ecosystem ของคนทุกเจนฯ
Festival Economy เครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านการจัดเทศกาล
นอกจากจะเป็นการสานฝันให้คนไทยและนักท่องเที่ยวเป็นจริงแล้ว นายณัฐกิตติ์ ยังได้เล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยกำลังชะลอตัวหนัก เห็นได้จาก GDP ของประเทศที่โตต่ำกว่า 2% ซึ่งการจัดกิจจกรรมเหล่านี้ เซ็นทรัลเชื่อว่ายังเป็นการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้กับประเทศไทย ด้วยการทำ Festival Economy หรือ การใช้การจัดงานเทศกาลรูปแบบต่างๆ เพื่อเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างรายได้ และกระตุ้นการใช้จ่าย ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ โดยอาศัยจุดแข็งด้านวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของพื้นที่ในประเทศไทย
โดยที่ผ่านมา เซ็นทรัลพัฒนา ก็ได้ทำในลักษณะเดียวกันทั้งในเทศกาลตรุษจีนสงกรานต์ Pride Month และ Countdown ในช่วงปีใหม่ เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดล้วนมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายอย่างมีนัยยะสำคัญ
เปิดตัววันแรกนักท่องเที่ยวล้นลานเซ็นทรัลเวิร์ล กว่า 200,000 คน!
นายณัฐกิตติ์ ได้เปิดเผยข้อมูลว่า ในวันแรกที่เราเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสกิจจกรรมดังกล่าว มีนักท่องเที่ยวเข้ามามากถึง 200,000 กว่าคน ส่งผลให้ทราฟฟิกเพิ่มขึ้นกว่า 30 เกือบ 40% โดยตลอดทั้งกิจกรรมที่ร่วมมือกับดิสนีย์ในครั้งนี้ ก็คาดว่า ในช่วงปลายปีจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวและการจับจ่ายใช้สอยในประเทศได้ และในส่วนของของเซ็นทรัล คาดว่า จากกิจกรรมดังกล่าวจะช่วยเพิ่มทราฟฟิกโดยเฉพาะไตรมาสสุดท้ายของปี เพิ่มขึ้นกว่า 25 - 30% ทั่วประเทศ ขณะที่ยอดใช้จ่ายของลูกค้าคาดว่าจะเพิ่มขึ้นที่ 15%
เราใช้พื้นที่กว่า 3,500 ตารางเมตร ถือว่าเป็นดิสนีย์แลนด์มาร์กที่ใหญ่ที่สุดนอกเหนือจากดิสนีย์แลนด์แห่งหนึ่งในโลกที่เคยทำมา หรือใหญ่ที่สุดในเอชีย ที่นำคาแรกเตอร์ยอดฮิตในดิสนีย์ทั้งหมด มารวบรวมไว้ในเซ็นทรัลเวิลด์ที่เดียว และเรายังได้วางกลยุทธ์การตกแต่งให้แต่ละสาขาทั่วประเทศ ให้มีธีมที่แตกต่างกัน เพื่อสร้างการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่กระตุ้นการเดินทางข้ามพื้นที่ของนักท่องเที่ยว ให้เพิ่มขึ้นอีกด้วย
นายณัฐกิตติ์ กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า ในปีหน้าเซ็นทรัลพัฒนา จะต่อยอดกิจกรรมดังกล่าว ด้วยการจัด Disney Expo 2026 ที่ประเทศไทย ซึ่งจะยิ่งใหญ่และอลังการกว่านี้มากกว่าเท่าตัวอีกแน่นอน และขอให้แฟนดิสนีย์รวมไปถึงนักท่องเที่ยวคอยติดตาม
ด้าน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดย นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านการสื่อสารการตลาด ททท. ระบุว่า สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ที่เซ็นทรัลจัดขึ้น ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจในช่วงปลายปี ที่จะช่วยดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มาท่องเที่ยวกันอย่างคึกคัก ซึ่งตอนนี้นักท่องเที่ยวจากยุโรปมีจำนวนเพิ่มขึ้นมามากกว่า 10% ในส่วนของนักท่องเที่ยวชาวเอเชียและนักท่องเที่ยวจีนก็มีแนวโน้มที่กำลังจะเพิ่มมากขึ้นตามมา
และสำหรับการจัดงานในครั้งนี้ก็ถือเป็นหนึ่งในการสร้างความคึกคัก และช่วยกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวในช่วงปลายปี โดย ททท.คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ คือ ประมาณ 33 ล้านคน หรือสร้างรายได้ 1.7 ล้านล้านบาท ขณะที่คนไทยจะออกเดินทางท่องเที่ยว 200 ล้านคน-ครั้ง ส่งผลให้รายได้เพิ่ม 1 ล้านล้านบาท จากตัวเลขทั้งหมดนี้ ส่งผลให้ ททท. คาดว่า จะนำมาสู่การสร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยวให้กับประเทศไทยทั้งปี 2568 อยู่ที่ 2.7 ล้านล้านบาท
พร้อมกับมั่นใจ ว่าความร่วมมือครั้งนี้ ที่มีดิสนีย์ เข้ามาร่วมสร้างสีสัน จะช่วยสร้าง "Magnet" ชิ้นใหญ่ ดึงดูดนักท่องเที่ยว และสร้าง "Reason to Visit" ให้เทศกาลของไทยโดดเด่นในระดับสากล สะท้อนการท่องเที่ยวที่ครบทั้งด้านวัฒนธรรมและงานอีเว้นท์
แน่นอนว่าการร่วมมือในครั้งนี้ จะไม่ได้ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่อยากมาสัมผัสบรรยากาศประเทศไทยอย่างเดียวแล้วเท่านั้น แต่จะเป็นเหมือนแม่เหล็กที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว กลุ่มที่เป็นแฟนดิสนีย์จากทั่วทุกมุมโลกมาร่วมสัมผัสบรรยากาศนี้ที่ประเทศไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งก็จะส่งผลให้ทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวฟื้นตัวและเพิ่มรายได้ให้กับประเทศอีกด้วย
นอกจากนี้นายนิธี เปิดเผยด้วยว่า กรณีที่จีนเตือนนักท่องเที่ยวไม่ให้เดินทางไปยังญี่ปุ่นจะเป็นการสร้างโอกาสดึงนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งประเทศไทยถือว่าเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวอันดับต้นๆที่นักท่องเที่ยวจีนนึกถึงอยู่แล้ว จากตัวเลขที่ ททท. ได้ทราบว่า พบว่า มียอดจองเข้ามาท่องเที่ยวในช่วงปลายปีเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งก็ถือว่าเป็นอานิสงส์อย่างหนึ่งที่เราได้รับ
ขณะที่ นายปรีชา อาชามงคล Director - Brand Commercialization, Thailand & Vietnam บริษัทเดอะ วอลท์ ดิสนีย์ (ประเทศไทย) จำกัด คาดหวังว่าความร่วมมือระหว่างดิสนีย์และเซ็นทรัลพัฒนา จะสามารถมอบความสุขให้กับผู้คนได้ทุกเพศทุกวัย ผ่านเรื่องราวและตัวละครที่ทุกคนรักและเหมือนเติบโตมาด้วยกันกับดิสนีย์ เพราะภารกิจของเราคือ สร้าง Magical Moment ให้กับทุกคนได้มีความสุขและรอยยิ้มไปกับดิสนีย์
เป็นสัญญาของเราที่จะสร้างความสุขให้กับแฟนๆ ซึ่งภารกิจที่เราคุยกันทุกวันคือต้องสร้าง Magical moment ให้กับแฟนๆ ซึ่งวันนี้ในฐานะเดอะ วอลท์ ดิสนีย์ ประเทศไทย ก็รู้สึกดีใจที่ทางเซ็นทรัล และ ททท. ได้ให้โอกาสเราในการทำงานร่วมกันในครั้งนี้
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB